ถังเก็บน้ำ เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในกรณีที่ฉุกเฉิน

น้ำ ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย โดยมีปริมาณตั้งแต่ 45% – 85% ของน้ำหนักตัว โดยความแตกต่างนี้ขึ้นอยู่กับวัย เพศ และน้ำหนักตัว เช่นในร่างกายทารกจะประกอบด้วยน้ำมากถึง 75% แล้วสัดส่วนจะค่อยๆ ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น และน้ำยังมีบทบาทในระบบการทำงานของร่างกาย เช่น ย่อยอาหาร และยังช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้เป็นปกติอีกด้วย

ถังเก็บน้ำ

การเลือกขนาดถังเก็บน้ำให้เหมาะสมกับการใช้งาน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาให้ดี ก่อนการซื้อถังเก็บน้ำ เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบ้าน ซึ่งมีพฤติกรรมการใช้น้ำแตกต่างกันไป

การติดตั้งถังเก็บน้ำ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณารายละเอียด หลายอย่าง เพื่อให้ใช้งานได้นาน ไม่มีปัญหาจุกจิก เมื่อต้องซื้อถังเก็บน้ำ หลายๆคน อาจมีคำถามว่า จะเลือกที่ตั้งถังเก็บน้ำอย่างไรให้สะดวก เหมาะสมกับการใช้งาน ต้องลงเข็มพื้นที่ตั้งหรือเปล่า บางคนคิดว่าตั้งตรงไหนก็ได้ ไม่เป็นไร ที่จริงบ้านเราจะตั้งตรงไหนก็ได้ แต่ว่าความสะดวกในการทำงาน ความประหยัดค่าใช้จ่ายด้าน อุปกรณ์ และค่าแรงในการติดตั้ง จะแตกต่างกัน ซึ่งต้องพิจารณา ในหลายๆด้านดังนี้

1. การเลือกตำแหน่งที่ตั้งถังเก็บน้ำ

1.1 บ้านที่เป็นทาวน์เฮ้าส์ ที่ไม่ได้เดินท่อสำหรับการตั้งแท้งค์หลังบ้าน จำเป็นต้องตั้งแท้งค์ที่หน้าบ้าน ซึ่งควรตั้งฝั่งเดียวกับมิเตอร์น้ำหน้าบ้าน เพราะจะเดินท่อจากมิเตอร์น้ำเข้าแท้งค์ได้สะดวกไม่เกะกะ
1.2 ทาวน์เฮ้าส์ที่เดินท่อสำหรับการตั้งแท้งค์หลังบ้านไว้แล้ว ยังต้องพิจารณาถึงการขนย้ายแท้งค์เข้าติดตั้งได้หรือไม่ ซึ่งต้องยกข้ามกำแพงด้านหลังบ้าน หากไม่สามารถเข้าได้ ต้องเลือกใช้แท้งค์ขนาดเล็ก ซึ่งยกเข้าทางประตูบ้าน โดยทั่วไปแท้งค์ขนาด 70 ซม. จะเข้าประตูได้ บางบ้านอาจจะใหญ่กว่านี้ขึ้นกับขนาดประตู
1.3 กรณีทาวน์เฮ้าส์หลังริม, บ้านแฝด, บ้านเดี่ยว ที่สามารถเดินท่อน้ำจากมิเตอร์ไปยังด้านหลังได้ ควรตั้งแท้งค์ไว้หลังบ้าน ฝั่งเดียวกับมิเตอร์ แท้งค์จะได้ไม่เกะกะหน้าบ้านและไม่ต้องเดินท่อไกล
1.4 กรณีบ้านที่ท่อน้ำเข้าบ้านอยู่ใต้พื้นคอนกรีตหน้าบ้าน อาจจะตั้งแท้งค์บริเวณหน้าบ้าน(หากไม่เกะกะเกินไป) จะทำให้ไม่ต้องเดินท่อไกล ถ้าตั้งแท้งค์หลังบ้านต้องเดินท่อไปเข้าแท้งค์และเดินท่อกลับมาหน้าบ้าน ซึ่งจะสิ้นเปลืองค่าท่อและไม่สวยงาม
1.5 จุดตั้งแท้งค์ควรมีพื้นที่ตั้งปั๊มน้ำ ระยะห่างไม่เกิน 2 เมตร และปั๊มควรอยู่ในบริเวณที่กันแดด กันฝน ถ้าตั้งปั๊มไกลจะทำให้ปั๊มทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ สิ้นเปลืองท่อ และไม่สวยงาม
1.6 ควรตั้งแท้งค์น้ำห่างจากกำแพงรั้วหรือผนังบ้าน อย่างน้อย 5 เซนติเมตร
1.7 หลีกเลี่ยงการตั้งแท้งค์ใต้หลังคาที่มีน้ำหยดลงแท้งค์
1.8 หลีกเลี่ยงการตั้งแท้งค์บนพื้นที่ลาดเอียง
1.9 บริเวณที่ตั้งแท้งค์ควรมีพื้นที่ด้านบนเหนือแท้งค์น้ำ เพียงพอต่อการเปิดฝา ติดตั้งอุปกรณ์และการดูแลรักษา
1.10 ควรตั้งแท้งค์บนพื้นคอนกรีต (พื้นทั่วไปหนา 10 เซนติเมตร ไม่ควรวางแท้งค์น้ำขนาดเกิน 2,000 ลิตร)

2. การเตรียมพื้นสำหรับวางแท้งค์ กรณีที่ต้องเทพื้นคอนกรีตใหม่

2.1 ขนาดพื้นควรกว้างกว่าขนาดถัง อย่างน้อย 10 เซนติเมตร ถ้าต้องการตั้งปั๊มน้ำบริเวณถังเก็บน้ำ ให้เผื่อที่ตั้งปั๊มน้ำด้วย หากมีพื้นที่เพียงพอควรเผื่อความกว้างพื้นสำหรับตั้งบันได หรือเก้าอี้ สำหรับดูแลรักษา
2.2 ไม่ต้องลงเข็มรองรับพื้นที่จะเท
2.3 ปรับพื้นที่จะเทคอนกรีต ให้เสมอได้ระดับด้วยทรายหยาบ อย่าให้พื้นที่ปรับสูงกว่าพื้นเดิมมากนัก
2.4 แท้งค์ขนาดไม่เกิน 2,000 ลิตร ผูกเหล็กขนาด 8 มิลลิเมตร เป็นตาราง 20 เซนติเมตร หรือ ผูกเหล็กขนาด 10 มิลลิเมตร ผูกเป็นตาราง 25 เซนติเมตร เทพื้นคอนกรีตหนา 10 เซนติเมตร โดยให้หนุนเหล็กวางสูงจากพื้น 3 เซนติเมตร ปรับพื้นผิวคอนกรีตให้เรียบเสมอกันไม่เป็นแอ่ง
2.5 ไม่ควรเทพื้นคอนกรีต ทับบนคาน หรือพื้นอื่น
2.6 ถ้าเทพื้นคอนกรีตติดกับพื้น หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ควรวางแผ่นโฟมกั้นระหว่าพื้นที่เทใหม่กับสิ่งก่อสร้างอื่น เพื่อให้มีการทรุดตัวแยกอิสระจากกัน
2.7 หลังเทพื้นแล้วควรบ่มคอนกรีตโดยใช้ถุงปูน , กระสอบ หรือผ้าพลาสติดคลุม และพรมน้ำให้เปียก ไม่ให้คอนกรีตแห้งเร็วเกินไป
2.8 พื้นคอนกรีตจะสามารถรับน้ำหนักได้เต็มที่หลังจากเทพื้น 28 วัน กรณีที่รีบติดตั้ง อายุคอนกรีต 7 วันจะแข็งแรงประมาณ 90 % พอจะตั้งแท้งค์น้ำได้

3. การตั้งถังเก็บน้ำ

3.1 หันแท้งค์ให้สามารถเดินท่อได้สะดวก โดยพิจารณาท่อน้ำเข้าแท้งค์ และท่อออกจากแท้งค์ไปยังปั๊ม ไม่ให้เกะกะ
3.2 ควรติดตั้งลูกลอยตัดน้ำให้สามารถเก็บน้ำในแท้งค์ได้สูงสุด
3.3 ควรต่อท่อเข้าแท้งค์ในจุดเตรียมไว้ และใช้ข้อต่อที่ติดตั้งมากับแท้งค์
3.4 ควรต่อท่อระบายตะกอนที่ก้นแท้งค์ เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด
3.5 อุปกรณ์ที่ต่อกับแท้งค์น้ำ ควรใช้อุปกรณ์ พีวีซี,ทองเหลือง หรือสแตนเลสเท่านั้น ป้องกันการผุกร่อน เป็นสนิม

วิธีเลือกถังเก็บน้ำที่มีคุณภาพ ควรเลือกจากคุณสมบัติเหล่านี้

• ควรเลือกถังเก็บน้ำที่ผลิตจากวัสดุพอลิเมอร์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน มอก. ปราศจากการปนเปื้อนของสารตะกั่ว สารปรอทและโลหะหนักต่างๆ
• ควรเลือกใช้ถังเก็บน้ำที่คุณสมบัติทึบแสง ซึ่งสามารถป้องกันการเกิดและเจริญเติบโตของตะไคร่น้ำ ซึ่งก่อสารพิษที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังและระบบทางเดินอาหาร
• ควรเลือกถังเก็บน้ำที่ผลิตมาจากวัสดุซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค (Food Grade) ใช้เทคโนโลยีคอมพาวด์สีให้เข้ากับเม็ดพลาสติก ทำให้ไม่มีโอกาสที่สีจะหลุดร่อนปนเปื้อนกับน้ำได้
• ควรเลือกถังเก็บน้ำที่มีส่วนผสมป้องกันการเสื่อมสภาพจากการโดนแสงแดด (UV Protection) ซึ่งจะสามารถยืดอายุถังเก็บน้ำของคุณได้ยาวนาน แม้ตั้งอยู่กลางแจ้ง

Comments are closed.